หมู่บ้านที่คนแค่แวะ แต่เรามานอน Jiufen Taiwan | VLOG

สวัสดีครับทุกท่าน! วันนี้เรามีประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้นจากที่หนึ่งของประเทศไต้หวันในเมือง Jiufen ที่มีเสน่ห์ที่น่าอัศจรรย์และเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวทั้งในประเทศและต่างประเทศ! เปิดเผยว่าในที่นี่มีอะไรที่น่าตื่นตาตื่นใจมากมาย พร้อมเสิร์ชไลฟ์สไตล์ที่ผ่อนคลายและร่วมสนุกไปกับเรื่องราวที่น่าเล่าจาก Jiufen กันเถอะ!

1. Jiufen: ความเป็นอยู่และประวัติศาสตร์

Go Went Go - YouTube

ที่นี่คือ Jiufen หมู่บ้านเล็ก ๆ แห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่บนภูเขาในพื้นที่ใกล้กับกรุงไทเปที่ประเทศไต้หวัน อยู่ในอำเภอรูโอะแค่ไม่กี่กิโลเมตร แต่ถึงแม้จะเป็นหมู่บ้านที่คนแค่แวะไปเยือนและสัมผัสบรรยากาศเรียบง่าย แต่มันเป็นที่น่าทึ่งมากที่หยิบมานอนด้วยเพื่อเพิ่มความอลังการในการเสริมสร้างความทรงจำแบบโลเกชั่น

2. ถนนป่าแห่งความเป็นเอเชีย

หากคุณต้องการสัมผัสวัฒนธรรมและการช้อปปิ้งแบบเอเชีย ถนนป่าใน Jiufen เป็นสถานที่ที่คุณไม่ควรพลาด! ที่นี่มีร้านค้าและร้านขายของให้เลือกหลากหลาย ทั้งจานด่วนที่อร่อย ของที่ระลึกที่น่าซื้อกลับบ้าน และร้านอาหารที่น่าลองในสไตล์ต้นตำรับของไต้หวัน แนะนำให้ลองทิ้งตัวเองลงในอาชีพการช้อปปิ้งแบบที่ท้าทายเมื่ออยู่ที่นี่!

3. วิถีชีวิตแบบเกาหลีใน Jiufen

แม่พาลูกสาวเที่ยวตามรอย Spirited Away ในไต้หวัน ตะลอนหมู่บ้านโบราณ Jiufen  และไทเป

ถ้าคุณเคยฝึกที่นอนแบบที่เกาหลีที่เรียกว่า “ออนดอล” คุณจะรู้สึกเหมือนกับกลับมาอยู่ที่บ้านที่นี่! Jiufen เป็นที่มาของอย่างน้อยหนึ่งใน “ออนดอล” ที่น่ารักที่คุณสามารถสัมผัสและพักผ่อนได้ อย่างน้อยหนึ่งครั้งในชีวิตของคุณให้ลองนอนอยู่ในสถานที่แบบเกาหลีนี้เพื่อเสริมสร้างความประทับใจที่ลืมไม่ลง

4. ความมืดและความเป็นลับของขุนชานเจี้ยน

ในปัจจุบัน Jiufen ยังคงเป็นสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องราวของขุนชานเจี้ยนในอดีต ซึ่งเป็นชื่อของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีตที่นี่ หากคุณเป็นสาวกของการสืบค้นประวัติศาสตร์และความลึกลับ จะไม่ควรพลาดเรื่องราวนี้ที่เคยเกิดขึ้นใน Jiufen

5. การถ่ายวีดีโอวีล็อกที่น่าตื่นเต้น

Jiufen Old Street ช็อปปิ้ง ชมวิว จิบชา ที่หมู่บ้านโบราณจิ่วเฟิ่น - lulla :  ร้านกิน . ที่เที่ยว . และเมนูน่าทำ

เสียงของธรรมชาติ วิวที่งดงามของภูมิภาค และบรรยากาศที่น่าทึ่งของ Jiufen คือสิ่งที่ไม่ควรพลาดเมื่อคุณมาที่นี่ อย่าลืมเตรียมกล้องวิดีโอส่วนตัวของคุณให้พร้อม เพื่อบันทึกสถานที่ที่น่าประทับใจนี้และแบ่งปันให้กับเพื่อนๆ ของคุณผ่านทางโลกสังคม

6. ธรรมชาติที่งดงามใน Jiufen

แม้ว่า Jiufen จะเป็นเมืองเล็กๆ นี้ แต่ความงดงามของธรรมชาติที่นี่ยังคงสวยงามไม่แพ้สถานที่อื่นๆ ในไต้หวัน ทั้งพระอาทิตย์ที่สวยงามตกตะลุมบ้านเกาหลี เหมือนกับการเปิดตัวของศิลปินที่ชอบเรียบง่าย ที่นี่เป็นสถานที่ที่คุณสามารถพบกับความงามของธรรมชาติและเติมพลังใหม่ในชีวิตของคุณ

7. ความอบอุ่นและเสียงเพลงแห่ง Jiufen

เมืองบนเนิน สุดเพลินกับที่นี่เลย.. “Jiufen” | Trip.com ไทเปใหม่

เมื่อเยือน Jiufen คุณจะได้พบกับความอบอุ่นและเสียงเพลงแห่งที่นี่ ในช่วงเวลาค่ำคืบ ความเงียบสงบจะครอบคลุมทั้งหมู่บ้าน ท่านสามารถฟังเสียงที่นี่และสนุกกับการรับชมพระอาทิตย์ที่ตกดินที่น่าทึ่ง

8. สะพานและวิวที่น่าตื่นตาตื่นใจ

หากคุณคือนักถ่ายภาพหรือนักเที่ยวที่รักการตามหาวิวที่น่าตื่นตาตื่นใจ สะพานใน Jiufen คือสิ่งที่คุณควรหามานั่งสัมผัสและถ่ายภาพเพื่อคว้าความสวยงามของพื้นที่ที่นี่

9. หน้าต่างเมืองที่สวยงาม

หากคุณต้องการภาพมุมมองที่สวยงามของเมือง Jiufen ควรหาหน้าต่างเมืองที่เปิดให้เห็นวิวที่น่าตื่นตาตื่นใจ คุณจะได้เห็นวิวที่นี่ในแบบที่ไม่เหมือนใคร ทำให้คุณรู้สึกว่าตัวเองกำลังอยู่ในภาพวาด

10. ของที่ระลึกและของที่กินที่น่าลอง

TAIWAN l จิ่วเฟิ่น เดินกินถิ่นโคมแดง - Pantip

อย่าลืมหาของที่ระลึกและของที่กินเมื่อมาที่นี่ จะเป็นประสบการณ์ที่น่าประทับใจในการสัมผัสวัฒนธรรมและรสนิยมที่แตกต่างกันออกไปจากที่อื่น

11. ความสนุกและความตื่นเต้นที่ไม่หมด

ที่นี่คือ Jiufen ที่ให้คุณความสนุกและความตื่นเต้นที่ไม่หมดอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นการตามหาวิวที่สวยงาม การสัมผัสกับธรรมชาติ หรือช้อปปิ้งแบบเอเชีย ทุกครั้งที่มาที่นี่คุณจะได้รับความสุขและความพิเศษที่ทำให้คุณต้องกลับมาอีกครั้ง

12. สิ่งที่ควรระวังก่อนเดินทางมา Jiufen

ก่อนที่คุณจะออกเดินทางมาที่ Jiufen ควรระวังให้ดีว่าอากาศและสภาพอากาศของที่นี่อาจเปลี่ยนแปลงได้เร็วมาก นอกจากนี้ควรนำสิ่งที่จำเป็นมากน้อยและเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการสัมผัสกับธรรมชาติและศิลปะของ Jiufen ให้ครบถ้วน

13. สรุปความประทับใจในการท่องเที่ยวที่ Jiufen

หมู่บ้านโบราณจิ่วเฟิ่น Jiufen,Taiwan ✨ | Trip.com ไทเปใหม่

สำหรับคนที่ชอบการเสี่ยงเช่นการไปยืนหน้าตาย การนอนที่นี่เป็นประสบการณ์ที่น่าทึ่ง และคุณจะไม่ผิดหวังในที่เกี่ยวข้องกับการช้อปปิ้งและสนุกกับเสียงเพลงแห่งที่นี่ มาเสริมสร้างความทรงจำที่สวยงามและความประทับใจที่คุณจะไม่ลืม

FAQs

1. Jiufen เปิดทำการทุกวันหรือไม่? ใช่ ที่นี่มีการทำการในทุกวัน แต่ควรตรวจสอบเวลาเปิด-ปิดของร้านค้าและสถานที่ท่องเที่ยวที่คุณสนใจก่อนเดินทางมา

See also  D11 Hotel พิษณุโลก ราคาถูกรวมอาหารเช้า โรงแรม 3 ดาว

2. มีการนำเสนออะไรบ้างในหมู่บ้าน Jiufen? Jiufen มีทั้งการช้อปปิ้งที่สนุกสนานและการเสริมสร้างความรู้สึกในการตามหาวิวที่สวยงาม นอกจากนี้ยังมีร้านอาหารและร้านค้าที่น่าสนใจมากมาย

3. สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียงที่น่าสนใจมีอะไรบ้าง? ในบริเตนส่วนใหญ่ใกล้เคียง Jiufen ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ เช่น Ruifang และ Pingxi ซึ่งมีวิวที่สวยงามและที่น่าสนใจ

4. ควรนำของอะไรมาในการเที่ยวที่ Jiufen? ควรนำกล้องวิดีโอและกล้องถ่ายภาพมาในการเที่ยวที่นี่ และอย่าลืมใส่เสื้อผ้าที่สบายๆ เพื่อให้สะดวกในการเดินทาง

5. อาหารและของหวานที่ควรลองที่นี่มีอะไรบ้าง? อาหารและของหวานที่ควรลองที่นี่มีน้ำเต้าหู้ยี้และขนมไทยที่เป็นที่นิยมอย่างแพนเค้กไส้ถั่วและขนมไทยอื่นๆ ซึ่งอร่อยและอร่อยลิ้นที่สามารถติดตัวกลับไปได้

หมู่บ้านที่คนแค่แวะ แต่เรามานอน Jiufen Taiwan | VLO [VIDEO]

“A village where people just stop by but come to sleep Jiufen Taiwan | VLOG
(For english subtitle press CC.)

• This is an ancient village with
The legendary red lantern that many people
When traveling to Taiwan, you must stop by.
once But most people don’t choose.
come and sleep over here So this is driving.
Roadtrip up to sleep in an ancient village
in the middle of this famous mountain valley of Taiwan
Then everyone will know that Jiufen has something more hidden.

This time we went to Taiwan with AirAsia.
Direct flight to Taipei takes only 4 hours.
There are direct flights to Taipei every day, this is very convenient.
Anyone who follows me to travel like me, press to reserve and follow me to travel!

เนื้อหาของวิดีโอ หมู่บ้านที่คนแค่แวะ แต่เรามานอน Jiufen Taiwan | VLO

ที่ไต้หวันครับมีหมู่บ้านโบราณอยู่แห่งหนึ่ง ตั้งอยู่บนหุบเขาและหันหน้าออกสู่ทะเล เป็นหมู่บ้านที่เต็มไปด้วยโคมไฟสีแดง มีโรงน้ำชาที่เป็นจุดถ่ายรูปยอดฮิตครับ แล้วมีเสน่ห์ของการผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมของไต้หวันและญี่ปุ่นและผมเชื่อว่านี่เป็นจุดหมาย หายอดฮิตของหลายๆคนเวลามาไต้หวันแต่หลายๆคนมักจะมาแค่ One Day Trip และน้อยคนนะครับที่จะเลือกมาเที่ยวแบบนอนค้างที่นี่จริงๆและนี่คือ การมานอนที่หมู่บ้านโบราณ 1 คืนที่จิ่วเฟิ่น แห่งไต้หวัน ถ้าเก็บ สวัสดีครับทุกคนนะครับและเราก็ยังอยู่กันที่ ไต้หวันนั่นเองนะครับตอนนี้ก็ต้องบอกว่ามาเที่ยวหลายรอบแล้วเหมือนกันเนาะแล้วอย่างที่เมื่อกี้ทุกคนเห็นนะครับว่าเรา ก็บินไปด้วยสายการบิน AirAsia อีกแล้วนะครับไปไทเปไปกับแอร์เอเชียนะซึ่งก็บินมาลงแถวไทเปแต่ว่ารอบนี้เราเช่ารถขับ เที่ยวซึ่งเราไปมาหลายที่แล้วแหละวันนี้เนี่ยเรากำลังจะไปที่ที่หนึ่งที่ชื่อว่าหลายคนรู้จักแหละฮะนั่นก็คือจิ่วเฟิ่นและที่สำคัญ ผ่านครับเราจะไปนอนที่จิ่วเฟิ่นครับปกติคนไปเที่ยวไหนไม่ได้เลือกที่จะนอนเพราะจิ่วเฟิ่นมันเป็นที่นิยมมากนะแต่ว่าเราจะไปดูว่าบรรยากาศตอน กลางคืนตอนนอนตอนเช้ามันจะเกิดอะไรขึ้นจิ่วเฟิ่นบ้านที่หมู่บ้านโบราณแห่งนี้แล้วตอนนี้เราอยู่ที่หมู่บ้านหูตงนะฮะแล้วก็เดี๋ยวจะขับรถไปแล้ว เดี๋ยวขับรถไป สำหรับทุกคนนะครับเวลามาไต้หวันเนี่ยส่วนใหญ่แล้วก็จะมาลงกันที่ไทเปใช่ไหมแล้วเวลามาเที่ยวนอกเมืองครับ ส่วนใหญ่เขาก็จะไปเที่ยวแบบ One Day Trip กันซึ่งรู้ที่ไปส่วนมากนี่แหละครับเขาก็มักจะมีทั้งรถไฟรถบัสนั่งออกไปนอกเมืองกัน อย่างเช่นรู้ที่ไปด้วยฟางนะครับตรงนี้เนี่ยเขาก็จะมีสถานีรถไฟที่เราเนี่ยสามารถนั่งตรงมาจากไทเปได้เลยนะ และที่สถานีรถไฟฟ้านี่แหละครับเราสามารถเปลี่ยนรถไฟนะครับไปสายผิงซีและสามารถมาต่อที่หอต้องสื่อเฟ แรพผิง 4 หัวโต้งเนี่ยนะครับไฮไลท์คือเป็นหมู่บ้านแมวครับเป็นหมู่บ้านที่น่ารักมากๆแล้วก็มีแมวอยู่เต็มไปหมดเลยมีทั้ง ร้านค้าคาเฟ่ต่างๆนะครับส่วนสูงสถานีนี้นะครับเขาจะมีตลาดที่เรียกว่าซือเฟินโอมสตรีทมี ร้านค้าร้านอาหารฟิลแบบตลาดร่มหุบบ้านเราเลยนะและออกมาหน่อยนะครับก็จะมีน้ำตกที่ชื่อว่าชื่อเฟิร์นด้วยตรงนี้สวยมากทัชมี สถานีนึงครับก็คือที่ผิงซีสถานีนี้นะครับยังคงความดั้งเดิมของตัวสถานีและบ้านเรือนเอาไว้เต็มไปหมดซึ่งเขา ก็จะมีผิง co Street นะครับเป็นถนนที่ตั้งอยู่ข้างๆทางมีทางรถไฟให้ถ่ายรูปมีร้านอาหารมีขายของที่ระลึกแล้วก็ รอกคนนิยม มาปล่อยโคมกันตรงนี้ด้วยนะและที่สุดท้ายครับที่คนส่วนใหญ่จะต้องไปกันเลยนั่นก็คือจิ่วเฟิ่นนั่นเองซึ่งจิ่วเฟิ่น ครับเป็นหมู่บ้านโบราณชื่อดังของไต้หวันนะครับมีตึกบ้านเรือนที่มีเสน่ห์มากๆมีร้านอาหารแล้วก็ที่พักด้วยนะซึ่งเราเนี่ย เนี่ยสามารถมาได้หลายวิธีด้วยกันครับไม่ว่าจะเป็นนั่งรถไฟรถบัสแท็กซี่นะครับแล้วก็ต่อมาที่เมืองนี้ได้หมดเลยแต่ แต่ทริปนี้ครับเราจะมา Road Trip ที่ไต้หวันเพราะฉะนั้นเราจะแวะที่เที่ยวต่างๆด้วยการขับรถครับทั้งทะเลหยินหยางเหมือนเก่า สามชั้นน้ำตกทองคำและจบด้วยการไปนอนที่จิ่วเฟิ่นครับและการมานอนที่นี่จะเป็นยังไงจะได้ประสบการณ์ที่ต่างกัน ออกไปหรือไม่เชิญชมครับ ก่อนที่จะไปถึงน้ำตกนะครับเราจะแวะตรงนี้ก่อนตรงนี้มันเหมือนเป็นโรงงานเหมืองเก่าแล้วก็มันปล่อยร้างล้างล้าง มันอยู่บนเขามันเหมือนโบราณสถานที่เป็นซากอารยธรรมเก่าแก่ที่ไม่เก่าแก่มากโอ๊ยของมันมีหมอกอ่ะ มันเลยแบบดูอลังเลยอ่ะ สำหรับตรงนี้จริงๆแล้วเนี่ยเราขับรถผ่านนะครับแล้วก็ไม่รู้มาก่อนเลยว่ามันคืออะไรนะตรงนี้เนี่ยคือ thirteen บอลลูนนะครับเป็นโรงหลอมที่มีชื่อว่าสุ่ยหนานตรงคือสมัยก่อนเนี่ยนะครับเคยเป็นที่ถลุงแร่ทองมาก่อนถูก สร้างขึ้นในปี 1933 เป็นช่วงที่ญี่ปุ่นเนี่ยนะครับเข้ามาปกครองไต้หวันนั่นเองและคนงานเนี่ยก็มาจากเชลยศึกแล้วพอ ถึงช่วงปี 1970 ครับผลผลิตเนี่ยนะครับก็เริ่มลดลงนะที่นี่ก็เลยต้องปิดตัวลงและถูกทิ้งร้างไว้แบบนี้ครับ กลายเป็นเหมือนตึกร้างเก่าๆที่อยู่บนเขาแต่ดูไปดูมามันน่าสนใจนะครับแล้วมันก็ดูมีเสน่ห์มากๆจนเรานะครับ ต้องแวะมาตรงนี้ครับและใกล้ๆกันด้วยนะครับก็จะมีทะเลที่เขาเรียกกันว่าทะเลหยินหยางเป็นทะเลที่มีสีไม่เหมือนทั่วไปนะ เพราะว่าทะเลตรงนี้เนี่ยจะมีสีเหลืองกับสีฟ้าครับเลยกลายเป็นที่มาของชื่อหยินหยางนั่นเองเป็นแนวคิดของจีนโบราณนะ ครับที่พูดถึงสิ่งต่างๆในธรรมชาติที่เป็นคู่ตรงข้ามกันแต่ในขณะเดียวกันเนี่ยก็สร้างสมดุลให้กันและกันด้วยนะ ซึ่งสิ่งที่เราเห็นเนี่ยนะครับไม่ได้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาตินะฮะแต่เป็นผลจากการที่บริเวณนี้เนี่ยเป็นเหมืองแร่ทองคำมาก่อน ทำให้มีสารเคมีครับไหลลงมาสู่ทะเลและทำให้สีของน้ำทะเลบริเวณนี้เนี่ยเปลี่ยนไปนั่นเองครับแล้วมันก็กลายเป็นจุดท่องเที่ยวที่ ถั่วแวะมาแล้วก็ถ่ายรูปด้วยครับ เนี่ยก็มีเล่าประวัติศาสตร์ ตรงนี้คือมันกลายเป็นแบบสิ่งปลูกสร้างที่ดูน่าสนใจใช้ได้นะ ตรงนี้ทัวร์ลงเยอะมากหมายถึงว่าทัวร์มาลงรถตรงนี้แล้วก็ขึ้นไปบนนั้นแล้วก็ไปส่องดูคือฝั่งตรงข้ามเนี่ยครับมันจะเป็น หยินหยางสีก็คือแบบเขาก็ไปยืนส่องไปดูกันว่าเอ้ย 24 หน้าตาเป็นยังไงคะเหมือนที่ทุกคนเห็นอยู่ตอนนี้นะมีวันนี้โชคดีมาก คือแดดออกแล้วมีหมอกพอดีมันก็เลยออกมาดูสวยแล้วเดี๋ยวนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ก็น่าจะไปจบที่จิ่วเฟิ่นแน่นอนไม่ต้องห่วงครับเพียบ แต่ถ้าเราออกเดินทางต่อดีกว่า ถึงแล้ว Golden waterfall นะครับนี่คือน้ำตกทองคำ Golden full หลวง Folder for ไม่สวยนะเนี่ยไม่ได้แบบ ไก่กาธรรมดานะดูซะ และก่อนที่เราจะไปถึงจิ่วเฟิ่นนะครับเราจะแวะตรงนี้กันก่อนนี่คือน้ำตกทองคำครับหรือว่า Golden Water Fall นั่นเอง ซึ่งตั้งอยู่ริมทางระหว่างภูเขากับชายฝั่งของนิวไทเปนะฮะคือต้องบอกว่าส่วนใหญ่เนี่ยนะครับคนที่จะมาตรงนี้เนี่ยก็ พ่อมักจะต้องมากับทัวร์ไม่ก็ขับรถมาเองนะครับซึ่งถึงแม้ตรงนี้เนี่ยนะครับจะไม่ได้เป็นน้ำตกที่มีขนาดใหญ่มากนะแต่ความ พิเศษของที่นี่คือตัวเนินเขาของน้ำตกที่มีสีทองครับเกิดจากช่วงที่มีการทำเหมืองแร่บริเวณนี้นี่แหละทำให้แร่โล หนักด้วยนะครับมาปะปนอยู่ในน้ำครับและทำปฏิกิริยากับเนินเขาที่มีน้ำไหลผ่านสีของเนินเขานะครับก็เลย เลยกลายเป็นสีทองอย่างที่ทุกคนเห็นกันอยู่นี่เองแต่ว่าแร่โลหะหนักที่อยู่ในน้ำเนี่ยครับถือว่าเป็นอันตรายต่อการสัมผัส ขาดเขาก็เลยมีการกั้นรั้วเอาไว้เพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวเพราะฉะนั้นใครไปไม่ต้องซนนะครับที่จะปีนลงไปเล่นน้ำอะไรแบบนี้ เคครับถ่ายน้ำตกเรียบร้อยแล้วนะครับสวยงามนะนี่คือโกลเด้นฟู้ดหลง waterfall ก็เดี๋ยวตรงนี้ขับไป อีกประมาณ 15 นาทีครับจะถึงจิ่วเฟิ่นซึ่งจริงๆเราโรงแรมเช็คอินแล้วได้ประมาณ 15:30 น นะครับ ดูจากทรงนี้แล้วน่าจะขับไปถึงประมาณ 15:00 น ถึงจะมีเวลาครึ่งชั่วโมงแต่ว่ายังไงจะเดินโรงแรมเนี่ยก็ต้องเดินอีกประมาณ 10 กว่านาทีอยู่ดีต้องบอก มันเป็นเนินนะฮะแล้วก็รูปที่เป็นบันไดหมดเพราะฉะนั้นเวลาใครจะมานอนห้ามเอากระเป๋าใบใหญ่มาหรือถ้าเอามาก็คือ ใส่ใบเล็กแล้วค่อยเอาไปขึ้นบนนั้นน่าจะง่ายกว่าโอเค ถึงแล้วนะครับตอนนี้เต็มไปด้วยสายหมอกหนทางข้างหน้าคืออะไรครับเนี่ยนี่คือหนังเรื่อง The Miss ผมไม่ ฉันมาอยู่ที่ไหน ไม่นะ ไม่ สำหรับจิ่วเฟิ่นด้วยนะครับเป็นหมู่บ้านโบราณที่ตั้งอยู่บนหุบเขาในเขตลุยกลางเมืองนิวไทเปซึ่งอยู่ทางตอนเหนือของไต นั่นเองครับเป็นหมู่บ้านที่มีอายุเก่าแก่มากๆนะในอดีตเนี่ยจิ่วเฟิ่นเป็นเพียงหมู่บ้านเล็กๆที่เงียบสงบสมัยราช ธงชิงเนี่ยนะครับมีผู้อาศัยอยู่เพียง 9 ครอบครัวเท่านั้นจนในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 ซึ่งตรงกับช่วงที่ญี่ปุ่นได้ ได้เข้ามายึดครองไต้หวันจิ่วเฟิ่นนะครับก็เริ่มมีการพัฒนาให้กลายเป็นเหมืองแร่ทองคำเพราะว่ารอบๆจิ่วเฟิ่นเนี่ยมีเหมืองแร่ทองคำ ตั้งอยู่ถ้าไม่จิ่วเฟิ่นครับเริ่มมีผู้คนหลั่งไหลเข้ามาอยู่มากขึ้นมากขึ้นบ้านหลายๆหลังครับก็ถูกสร้างเพิ่มเติมมาซึ่งสถา กายกรรมต่างๆเนี่ยก็ได้รับอิทธิพลมาจากญี่ปุ่นด้วยแต่พอหลังจากที่การขุดทองคำนะครับเริ่มลดน้อยลงเนี่ยนะและ เหมืองก็ปิดตัวลงในปี 1971 ความสนใจของหมู่บ้านจิ่วเฟิ่นครับก็เริ่มจางหายไปครับแต่ต่อมาเนี่ย ตอนเริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้นเพราะถูกใช้เป็นโลเคชั่นในการถ่ายทำภาพยนตร์หลายๆเรื่องเลยไม่ว่าจะเป็น city of sadness นะ ที่เป็นภาพยนตร์ชื่อดังของไต้หวันทำไมตั้งแต่ปี 1990 ครับก็เริ่มมีคนมาเที่ยวที่นี่มากขึ้นจนถูกพัฒนาเป็น สถานที่ท่องเที่ยวอย่างในปัจจุบันนั่นเองนะ เนี่ยเส้นทางที่เราต้องเลือกเดิน มันเป็นเนยเห็นไหมบันไดล้วนเราเลือกผิดหรือเปล่าก็ไม่รู้นะตอนนี้เพราะว่าอีกที่จอดนึงอาจจะเป็นเดินลงก็ได้แต่ที่จอด วันนี้ไปเดินขึ้นนะครับแต่ไม่เป็นไรเพราะยังไงขากลับก็ต้องเดินอีกอยู่ดี ดู Map แล้วนะครับเมื่อกี้ข้ามบันไดอีก 2 เซตหน้าซึ่ง Set 1 คือเหนื่อยมากนะเซตนึงคือโคตรสูง อะไรของมันมีของด้วยไงดูไว้ครับใครจะหาทำมานอนที่นี่นะเดี๋ยวมาดูกันว่าคุ้มค่าไหมกับความเหนื่อย อีกบันไดเดียวเท่านั้น Moto ที่คุณทำได้ได้ อย่าเพิ่งยอมแพ้คุณทำได้นึกถึงหน้าแมวที่บ้าน โอเคแล้วก็มาทะลุถนนหลักแล้วนะฮะส่วนหลักก็จะเบียด ก็คืออันนี้คือถนนที่ขายของนะคนก็จะเยอะอย่างที่ทุกคนเห็นนะนี่คือปัญหาของการมาเที่ยวจิ่วเฟิ่นคือคนมัน เยอะมากถ้าเราอยู่ดึกล่ะและถ้าเราออกมาตอนเช้าเราจะเป็นยังไงนั่นแหละคือเหตุผลเรามานอนข้าวมันไก่ ถึงโซนข้างนอกครับซึ่งวันนี้ดีมากเลยนะไม่เห็นวิวอะไรเลยดูสิ และแล้วฮะเราก็มาถึงที่พักเราฮะที่นี่ฮะ โอริง มีชาติตระกูลเดี๋ยวหาจุดเช็คอินก่อน นี่เราจองห้องแบบ 4 คนแต่ว่าเรานอน 2 คน เพราะว่าเราอยากได้ห้องใหญ่แล้วก็วิวสวยๆอย่างนี้ นี่คือการอาบน้ำแบบ ถ้าไม่ปิดหน้าต่างก็เขาเรียกว่าโชว์เหนือนะครับส่วนนี่คือการนี่นั่ง นั่งอึวิวจิ่วเฟิ่น เป็นไง มองทะลุออกไปเห็นสายหมอกสุดยอดแล้ว พอดี อันนี้คือความรู้สึกที่คุณ นั่งอึในห้องนี้ นะครับแล้วก็ ดูวิว ไม่ต้องตกใจนะครับเขามีม่านปิดนะ นั่งชื่นชมธรรมชาติไป มีผู้คนเดินผ่านไปผ่านมาได้ทักทายกันให้มีความสุขร่วมกัน Very good มากอะไรก็ไม่รู้ เนี่ยแล้วก็ข้างบนมันเหมือนมีห้องแบบห้องนั่งเล่น ปีนบันไดขึ้นไปด้านบนได้ ก็เตียงใหญ่แล้วก็ ทุกที่นั่งอ่ะที่ชอบเลยนะคือมันเป็นที่นั่งที่แบบเห็นข้างนอกหมด ก็คือข้างนอกก็เห็นเราเราก็เห็นข้างนอกแต่เราก็ปิดม่านได้แล้วแต่เราเลือก โอเคครับตอนนี้ประมาณ 4 โมงครึ่งแล้วออกมาเดินหาข้าวกินแล้วเพราะว่าหมอกเริ่มไปแล้วก็คนน้อยลงหรือเปล่าไม่แน่ใจ เดี๋ยวต้องเดินไปดูก่อน ซึ่งการมาเที่ยวที่จิ๋วเฟิร์นนะครับคือการเดินทางมาที่จิ่วเฟิ่นโอสเตสเป็นถนนคนเดินโบราณครับที่เป็นตรอกซอกซอยแคบๆ เต็มไปด้วยร้านค้าและของกินเยอะมากวงเล็บของกินเยอะมากจริงๆนะครับ มาร้านนี้นะไม่เคยมาเหมือนกันเขาน่าจะพยายามหาที่นั่งริมหน้าต่างให้เราได้เลย ว้าววิวดีมาก โอเคครับร้านนี้นะครับชื่อจริงเขียนภาษาจีนแหละแต่เมื่อกี้เราพยายามนั่งแปลว่าช้างไกลหวน T House คือมันเป็นตรงมุมฮะแล้วก็ที่นั่งเขาอ่ะมี 2-3 ชั้นถ้า 2 3 ชั้นเนี่ยก็เห็นวิวอย่างนี้หมดเหมือนเขาพยายาม ไปให้ร้านตัวเองอ่ะแบบเห็นวิวพระอาทิตย์ตกได้ซึ่งจิ่วเฟิ่นตอนเย็นมากที่จะตกแบบเห็นพระอาทิตย์ตกเต็มๆเลย ส่วนตอนขึ้นจะขึ้นอีกฝั่งนึงเพราะเดี๋ยวเรากินข้าวเดี๋ยวอาจจะไปเดินเล่นถ่ายรูปตอนไปซื้อเพราะว่าตอนกลางคืนเนี่ยเขาจะเปิดไฟที่โค และเป็นจุดที่แบบว่าคนชอบถ่ายรูปกันแต่เราก็จะไม่ไปเบียดอะไรมากมายแล้วก็เดี๋ยวมาช้าจะตื่นอีกรอบนึง และนี่คือเซต Mini Hotpot ทุกท่านประมาณ 350 ไต้หวันคือถ้าเป็นหมูสไลด์ 320 แต่ถ้าเป็นเนื้อสเตอรอยด์ 350 ต่างกัน 30 ไต้หวัน 30 ไต้หวัน เป็นเงินไทยไม่เกิน 40 บาทเนื้อสิครับอย่างนั้นก็ต้องเนื้ออยู่แล้วคุ้มกว่าความอร่อยให้อยู่ในระดับดี อร่อยบรรยากาศดีมองไปมันสวยสวยงามมาก เดี๋ยวเปิดไปกินข้าวกันนะทุกคน เนี่ยคือข้อเสียไต้หวันเนี่ยเวลาไปหลายๆร้านอาหารแล้วชอบไม่รับบัตรเครดิตเมื่อกี้เลยต้องเดินไปกดเงินสดที่ ส่วนหนี้อะไรครับเนี่ยแงบนี่มันแมวอ้วน 2 ตัว แล้วก็เดี๋ยวจุดถ่ายรูปยอดฮิตยอดนิยมของที่นี่มันจะคือตรงบันไดข้างหน้าที่เราจะไปถึงเนี่ยแต่ว่า เดี๋ยวจะให้ทุกคนดูนะว่าคนมันเยอะขนาดไหน เนี่ยไอ้ทางที่จะลงไปแทบเป็นไปไม่ได้เท่าที่คุณจะได้รูปสวยเพราะว่าด้วยจำนวนคน ที่อยู่ตอนนี้เนี่ยฮะมันยากมากจริงๆ ที่จิ่วเฟิ่น All Street ที่นี่นะครับก็จะใช้โคมสีแดงเนี่ยตกแต่งรอบๆจนเป็นเหมือนกับสัญลักษณ์ของที่นี่ไปแล้วนะ ทำให้มีคนหลายๆคนเชื่อแล้วก็ลือกันว่านี่คือเมืองต้นแบบที่เป็น inspiration ให้กับฉากใน anim ฉันชื่อดังของญี่ปุ่นเรื่อง Spirited Away นะครับจากสตูดิโอจิบิซึ่งเรื่องนี้ครับได้รับออสการ์ในสาขาภาพยนตร์ Animation ยอดเยี่ยมในปี 1,300 บาทนี่นะแล้วมีหลายๆฉากในเรื่องนี้ครับที่มีความคล้ายคลึงกับจิ่วเฟิ่นมากนะทั้งโคมไฟสีแดงตรอกทางเดินหรือ หรือว่ารูปทรงอาคารต่างๆครับนอกจากนี้ครับของที่ระลึกตามร้านค้าต่างๆครับก็ยังเป็นของจากเรื่อง spirited Away ด้วยนะครับ ไม่หลายๆคนนะครับก็ยิ่งเชื่อและมั่นใจไปอีกนะครับว่าที่นี่มีความเกี่ยวข้องกับแอนิเมชั่นเรื่องนี้แน่นอนแต่บอกก่อนนะครับว่า ว่าเออมันไม่ได้มีข้อมูลหรือว่าการยืนยันจากทางค่ายนะครับที่บอกว่าที่นี่เป็น inspiration และทางฮายาโอะมิ ซากินะครับที่เป็นผู้สร้างของเรื่องนี้เนี่ยเขาก็ออกมาปฏิเสธอีกนะครับว่าจริงๆแล้วเนี่ยนะครับเขาไม่ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก จิ่วเฟิ่นแต่ได้แรงบันดาลใจมาจากสถานที่หลายๆแห่งนั่นเองนะฮะแต่ส่วนตัวผมนะครับที่มาเที่ยวที่นี่เองผมว่ามันก็ เหมือนจริงๆนะแล้วแน่นอนครับถ้าตัดเรื่อง inspiration ทิ้งไปยังไงครับที่นี่ก็ถือว่าเป็นเมืองโบราณที่สวยมากๆแห่งหนึ่ง อยู่ดีครับ ผมบอกแล้วว่ามหาศาลไม่มีทางคุณถ่ายมายังไงก็ คนเพียบมี 2 Choice ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าตึกจะยังเปิดไฟอยู่ไหมหนึ่งคนจะไป อันนี้เราไม่รู้กับ 2 คือมาตอนเช้าไม่ต้องเปิดไฟรอดู Ok ครับเรากลับมาห้องก่อนนะครับเพื่อกินน้ำตาล mobile T ชานมไข่มุกเจ้าดังของ ของไต้หวัน เมื่อกี้ทุกที่ที่เราไปเนี่ยทุกคนจะเห็นคนจะเยอะมากทีนี้เดี๋ยวเราจะมาดูกันว่าผมจะมาเทสดูว่าถ้านอนที่นี่ แล้วกลับออกไปตอน 21:00 น ไป 21:00 น เนี่ยแต่ยังมีคนอยู่ไหม 2 เนี่ยไฟโคมไฟยังเปิดอยู่หรือเปล่ากับแบบที่ 2 ครับเราจะลองออกไปตอนเช้าเดี๋ยว ตื่นนอนจะออกไปเลยเพราะไม่งั้นเราไม่มีทางขายได้ตรง เราก็เลยเลือกอ่ะนอนตรงนี้แล้วก็ผม ผมว่าโรงแรมนี้นอนสบายมากคือห้องที่ผมจองนี้เป็นห้องนอน 4 คนนะอีกห้องนึงที่ทีมงานนอนเนี่ยเป็นห้องเล็ก ผมจองห้องเล็กกับห้องใหญ่ห้องธรรมดา 3,500 ครับแต่ห้องนี้นอนได้ 4 คนมีอ่างแล้วก็เห็นวิวราคานะครับ 7 1,200 แล้วห้องดีมากด้วยข้างในดูใหม่ข้างหน้ามีชากาแฟให้กินฟรี คนละพันกว่าบาทแล้วอยู่กลางเมืองโบราณจิ่วเฟิ่นผมว่าดีมาก อันนี้ก็แนะนำ ทุกคนครับตอนนี้เป็นเวลา 21:06 น บอกละเอียดป่ะไปดูกันว่าจิ่วเฟิ่นยาม 21:00 น คนจะไปกันหรือยังแต่มันเงียบขึ้นเยอะมากนะเดี๋ยวไปดูว่าตรงนั้นยัง นี่คือ 21:00 น จิ๋วเปิ้ลไป 21:00 น แล้วนะครับคนยังอยู่แต่ น้อยลงอ่ะลองไปดู เวลาเรา search เกี่ยวกับจิ๋วเฟอร์นี่นะครับเรามักจะเห็นมุมมุมหนึ่งของที่นี่ครับที่เหมือนกับอาคารโบราณแล้วก็ประดับไป เดี๋ยวโคมไฟสีแดงและหลายๆคนที่มาจิ่วเฟินครับก็จะต้องมาถ่ายรูปตรงนี้กันเพราะที่นี่คือโรงน้ำชาที่มีชื่อว่า armor T House นะครับซึ่งเป็นโรงน้ำชาชื่อดังที่อยู่ตรงจิ่วเฟิ่นโอสถทิพย์คำว่าอาเหมยนี่นะครับมาจากชื่อของเจ้าของ ร้านเลยฮะที่นี่มีตั้งแต่ช่วงต้นศตวรรษที่ 20 แล้วนะแต่ไม่ได้เป็นโรงน้ำชาตั้งแต่แรกที่นี่เคยเป็นร้านช่างตีเหล็ก ที่จะผลิตพวกเครื่องมือที่ใช้ในการทำเหมืองในสมัยก่อนนั่นเองครับแต่หลังจากที่เหมือนต่างๆครับถูกปิดตัวลงไปนะครับและ เริ่มมีการท่องเที่ยวเข้ามาที่นี่ก็เลยมีการปรับเปลี่ยนครับให้กลายเป็นโรงน้ำชาและด้วยสถาปัตยกรรมของตึกที่มีความผสมผสานระหว่างไต สวรรค์ญี่ปุ่นทำให้กลายเป็นตึกที่มีเอกลักษณ์และเป็นจุดถ่ายรูปยอดฮิตของจิ่วเฟิ่นนั่นเองและแน่นอนนะครับถ้าคุณอยากจะถ่ายรูป ในช่วงปกติคุณจะเจอ คนมหาศาลตรงนี้ครับ สรุปนะครับกลางคืนถ่ายได้นะก็คือมันจะมีคนยังอยู่แหละแต่ว่ามันไม่มีความเบียดเสียดอ่ะ มันก็ยังรอจังหวะที่จะถ่ายรูปได้แล้วก็เดี๋ยวที่พักเนี่ยเขาบอกแล้วแหละว่าเขาไม่มีเว็บบ้านตอนเช้าร้านก็จะไม่ค่อยเปิดสิ่งที่เราควร ทำเวลามานอนที่นี่นะครับคือไปซื้อของกินตอนเช้าเอาไว้ที่มินิมาร์ท ซึ่งหน้าปากซอยมีเซเว่นอีเลฟเว่นอยู่ตอนนั้นเราจะไปซื้อของเซเว่นแล้วก็กลับไปนอน แล้วพรุ่งนี้ตอนเช้าค่อยออกมาถ่ายรูปอีกรอบนึง ที่พักเรานะครับมีจิ่วเฟิ่น Night Time Tour เขาใช้เวลาทัวร์ในการพาไปดูจุด ต่างๆแล้วก็เบื้องหลังจิ่วเฟิ่นแบบ เปิดตอนเลิกงานแต่ละบ้านเขาทำอะไรแล้วก็มีจุดชมวิวจุดถ่ายรูปตอนกลางคืนอย่างนี้คนละ 400 ไต้หวันแต่เหมือนว่าต้องมีกรุ๊ปอย่าง 6 คนมั้งถึงจะสตาร์ทได้ซึ่งเรามา ก็เลยคิดว่าไม่รู้มีคนอื่นหรือเปล่าวันนี้แต่ว่า ไม่ได้ไปนะ ใครสนใจก็ลองไปรับมาพักเนี่ยก็ลองถามเขาดูแล้วกันก็คืนนี้นอนครับ ตอนเช้าเราจะไปจุดร้านน้ำชาเหมือนเดิมแต่จะไปถ่ายอีกแบบหนึ่งแบบไม่มีคน อรุณสวัสดิ์ ตอนเช้าก็เห็นวิวอย่างนี้แล้วมัน สบายใจไม่มีหมอกกันนะครับ โปร่งโล่งสบายมากก็เรากินข้าวเช้าแล้วคือเราก็ซื้อบะหมี่กึ่งเอาไว้แล้วก็ซื้อไข่มาต้มแล้ว บรรยากาศดี แล้วเราก็จะกลับไปที่นั่นอีกครั้งหนึ่งนั่นก็คือโรงน้ำชา ไม่มีเจ้าหน้าที่ นั่งเฝ้าอยู่ ซึ่งจุดนี้นะครับก็คือจุดที่มีแผนที่บอกซึ่งทางเจ้าหน้าที่เนี่ยก็คอย ไม่ได้ให้ข้อมูลอะไรเราเลยเคครับเราจะมาจุดเมื่อวานแล้วก็คือจุดมหาชนนั่นแหละแต่คนก็มีนะไม่ใช่ ไม่มีนะแต่แค่แบบมันไม่เยอะวุ่นวายแค่นั้นเอง หมอบ้านผีสิงอยู่ตรงนี้หรอสรุป อภิญญาวิญญาณร้ายแล้วก็ตรงนี้มี เซียมซีนะครับ ก็คือเล่นได้เลยเสี่ยงเซียมซีเสร็จ ตามเบอร์ได้เลย อ๋อตัวนี้น่าจะเป็น Theater นะถ้าผมจำไม่ผิดแล้วก็มองมาเนี่ยครับมันก็จะเห็นเป็นล้าน ที่มี โคมไฟ ใครเป็นคนไปลานจอด เดินทะลุอย่างเดียวครับแล้วยังไงอ่ะ คุณขวางแล้วคือผมไปได้ไหม ขออนุญาตหน่อยได้ไหมเอิร์ธเดิน คุยกันแล้วหรอ เขาไม่ดิกอ่ะ จะกลับอ่ะ จริงๆเมื่อกี้น้องเห่าเพราะว่าน้องน่าจะตาบอดนะผมดูแล้วก็น้องอาจจะกลัวว่าแบบ คนจะมาทำร้ายเราหรือเปล่า นางแบบนางแบบ นี่เซ็กซี่ ถึงลานจอดรถแล้วครับเดินมามาดูค่าที่จอดรถดีกว่านะครับว่าจะเท่าไหร่เพราะว่าเมื่อวานเหมือน อ่านไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่เลยต้องมาดูอีกทีนึงว่าจะ 200 ไหม 400 แม่จ๋า หอนับเป็นวันแน่เลยเวลาจ่ายทีนึงอ่ะก็คือนับเป็น 1 วันตอนนี้พอเราข้ามวันถ้าเกิดรับเป็น 2 วันแปลว่าถ้าคุณมานอนนี่นะครับ จอดตรงนี้ประมาณ 400 ก็เตรียมใจไว้ เรียบร้อยแล้วทุกคนนะตอนนี้อยู่ที่สนามบินแล้วนะฮะก็จะบินกลับ ที่กรุงเทพฯ ลงดอนเมืองนะก็บินกลับด้วยแอร์เอเชียนะครับอย่างที่บอกไปนะครับว่าไปไทเปไปกับแอร์เอเชียตอนนี้ก็มีบิล เราสามารถที่จะมาเที่ยวได้ 3 ชั่วโมงกว่าสนุกมากแล้วก็ถ้าใครยังไม่เคยลอง Road Trip ครับก็ลอง Road Trip ดูถ้าใครได้ประสบการณ์ แปลกใหม่นะลองไปนอนที่จิ่วเฟิ่นนะกลางคืนเดินเล่นถ่ายรูปดีมากเพราะว่าไม่มีคนเลยแล้วก็แบบว่าตอนเช้าก็ไม่มีคนก็สามารถ ไปถ่ายรูปเล่นได้นะครับก็ใครชอบนะครับอย่าลืมกดไลค์กดแชร์ Subscribe ให้ด้วยนะครับวันนี้ไปแล้ว

See also  รีวิวที่พัก Le meridian เชียงราย ห้องพัก Grand Deluxe Terrace l Tippy Life Ep.8