🇹🇭 เที่ยวเกาะสมุย EP.(2/4) รีวิวทัวร์อุทยานแห่งชาติ หมู่เกาะอ่างทอง

เกาะสมุยเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่ไม่ควรพลาดสำหรับคนรักการผจญภัยและท่องเที่ยวในประเทศไทย ในตอนที่สองของซีรีส์ “เที่ยวเกาะสมุย” พาเราไปรีวิวทัวร์อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทอง ที่นี่เต็มไปด้วยธรรมชาติที่งดงามและกิจกรรมที่น่าตื่นเต้นที่จะทำให้คุณประทับใจอย่างแน่นอน

สารบัญ

1. บรรยากาศเกาะสมุย: กับทัวร์อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทอง

เที่ยวเกาะสมุย EP.(2/4) รีวิวทัวร์อุทยานแห่งชาติ หมู่เกาะอ่างทอง - YouTube

เมื่อคุณมาถึงเกาะสมุย คุณจะได้พบกับบรรยากาศที่สดชื่นและอบอุ่น ทัวร์อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทองจะพาคุณสัมผัสประสบการณ์การเดินเล่นในธรรมชาติอันงดงามและสะอาด คุณจะได้ชื่นชมทัศนียภาพที่ยามค่ำคืนที่ทอดทิ้งตัวในความเงียบสงบ

2. การเดินทางไปยังหมู่เกาะอ่างทอง

เพื่อเข้าถึงหมู่เกาะอ่างทอง คุณจะต้องนั่งเรือเฟอร์รี่จากเกาะสมุย การเดินทางนี้น่าสนุกและน่าตื่นเต้นมาก เพราะคุณจะได้มองเห็นทัศนียภาพที่สวยงามของทะเลสาปองในระหว่างการเดินทาง

3. การตกปลาที่หมู่เกาะอ่างทอง

หมู่เกาะอ่างทองเป็นสถานที่ที่เหมาะแก่การตกปลา หากคุณเป็นสายตกปลาคงไม่ควรพลาดที่จะลองตกปลาที่นี่ คุณจะได้สัมผัสความสุขและรสชาติในการจับปลาอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน

4. การตกแต่งหมู่เกาะอ่างทอง

ทัวร์อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทอง (รับจากเกาะสมุย) - | จองเรือข้ามเกาะ  Ferry & Speedboat ไปจองเรือข้ามเกาะพร้อมเดินทางได้ทันทีกับ Ferry Advice

ทัวร์อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทองยังมีกิจกรรมตกแต่งหมู่เกาะเพื่อเพิ่มความสนุกสนานในการเดินทางของคุณ คุณสามารถลองตกแต่งหน้ากากหน้าต่างในระหว่างการเดินทางเพื่อให้คุณเกิดความประทับใจและความท้าทาย

5. ความหลากหลายทางธรรมชาติ

ที่หมู่เกาะอ่างทองคุณจะได้พบกับความหลากหลายทางธรรมชาติที่น่าทึ่ง ทั้งทะเลสาปองที่มีสิ่งมีชีวิตนับพันสายพันธุ์และปะการังที่สวยงาม คุณจะรับรู้ความสำคัญของการอนุรักษ์และการปกป้องธรรมชาติในสถานที่นี้

6. การสนุกสนานและผจญภัย

ทัวร์อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทองไม่เพียงเต็มไปด้วยธรรมชาติที่งดงามเท่านั้น คุณยังสามารถเพลิดเพลินกับกิจกรรมผจญภัยที่น่าตื่นเต้น เช่น การปีนเขา การตะลุยป่าและการแข่งขันกันในน้ำ

7. ความเป็นเอกลักษณ์ท้องทะเล

หมู่เกาะอ่างทอง เที่ยวเกาะสมุย (ทริปใต้ตอนที่ 10) 2/2 - YouTube

 

หมู่เกาะอ่างทองมีความเป็นเอกลักษณ์ท้องทะเลที่น่าทึ่งที่คุณไม่ควรพลาด การไปเยือนที่นี่จะทำให้คุณได้สัมผัสความเป็นเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใครของทะเลสาปอง

8. ความเสียสละในการอนุรักษ์

ในทัวร์อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทอง คุณจะได้เรียนรู้ถึงความเสียสละในการอนุรักษ์และการปกป้องธรรมชาติ ภารกิจที่จำเป็นต้องทำเพื่อให้โลกของเราอยู่อย่างมั่นคง

9. สิ่งที่ควรพามาด้วย

เมื่อเข้าร่วมทัวร์อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทอง คุณควรพาสิ่งต่างๆ มาเพื่อเตรียมตัวในการสนุกสนาน เช่น บอตท์เทนนิส หรืออุปกรณ์ตกปลา

10. คำสรุป

อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทอง ทัวร์เต็มวัน โดยเรือใหญ่ ราคาประหยัด – สมุย ทัวร์.com

 

ทัวร์อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทองเป็นทางเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับคนรักการผจญภัยและธรรมชาติ คุณจะได้พบกับความงดงามของทะเลสาปองและพรรณไม้ที่สวยงาม อย่างแน่นอนที่จะทำให้คุณประทับใจตลอดช่วงเวลาที่คุณอยู่ที่นี่

คำถามที่พบบ่อย

1. มีบริการรับส่งจากเกาะสมุยไปหมู่เกาะอ่างทองหรือไม่?

ใช่ คุณสามารถใช้บริการเรือเฟอร์รี่จากเกาะสมุยไปหมู่เกาะอ่างทองได้ตามเวลาราชการ

2. มีอะไรบ้างที่ควรนำมาในการเข้าร่วมทัวร์?

คุณควรนำบอตท์เทนนิสหรืออุปกรณ์ตกปลามาเพื่อเตรียมตัวในการสนุกสนานในทัวร์

3. มีกิจกรรมผจญภัยใดบ้างที่คุณสามารถเข้าร่วม?

คุณสามารถเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ เช่น การปีนเขา การตะลุยป่าและการตกปลา

4. การตกแต่งหมู่เกาะอ่างทองมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมหรือไม่?

การตกแต่งหมู่เกาะไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม คุณสามารถเข้าร่วมกิจกรรมตกแต่งได้ฟรี

See also  10 ที่พักริมน้ำบรรยากาศดี ใกล้กรุงเทพฯ อัพเดทใหม่ 2021!

5. อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทองมีเวลาเปิดทำการอย่างไร?

อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทองเปิดทำการตั้งแต่เช้าถึงเย็นในระหว่างวันทำการ

🇹🇭 เที่ยวเกาะสมุย EP.(2/4) รีวิวทัวร์อุทยานแห่งชาติ หมู่เกาะอ่างทอง [VIDEO]

“00:00 INTRO
00:29 ตอนที่ 2
พวกเราซื้อทัวร์หมู่เกาะอ่างทอง จากร้านที่เดินเจอโดยบังเอิญแถวถนนเลียบชายหาดบ่อผุด
ชื่อร้าน Meeboone ครับ
โดยทัวร์ที่ซื้อเป็นทัวร์เต็มวัน ของ My Samui Island เดินทางโดยสปีดโบ๊ท ราคาประมาณ 1 พันกลางๆ ไม่รวมค่าเข้าอุทยานครับ (คนไทย 40 บาท ,ต่างชาติ 300 บาท)
ในวันรุ่งขึ้น ประมาณ 7:50 น. จะมีรถตู้มารับที่โรงแรม เพื่อพาไปส่งที่ท่าเรือครับ
ที่ท่าเรือจะมีเจ้าหน้าที่คอยต้อนรับ และพาลงทะเบียนก่อนครับ
จะมีขนมและเครื่องดื่มให้ทานฟรี ระหว่างรอสมาชิกในทัวร์ให้ครบครับ
เมื่อสมาชิกในทัวร์มาครบแล้ว(ประมาณ 8:30 น.)
ไกด์จะอธิบายโปรแกรมทัวร์คร่าวๆ เป็นภาษาอังกฤษ เนื่องจาก 90 % เป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติ
เมื่ออธิบายเสร็จก็ถึงเวลาขึ้นเรือ วันนี้นักท่องเที่ยวประมาณ 30 คนครับ
จากท่าเรือ จะมุ่งตรงไปจุดที่ไกลที่สุด คือเกาะว่าวใหญ่ก่อน ใช้เวลาประมาณ 50 นาที
บริเวณเกาะว่าวใหญ่ จะเป็นจุดสำหรับดำน้ำตื้นชมสภาพใต้ทะเล
น้ำใส สีเขียวมรกต สวยมากๆ
แต่ถ้าไม่สะดวกลงน้ำ จะถ่ายภาพเล่นบนเรือก็ได้
ในวันนั้นเมฆสวยมากๆ
เรือจะจอดอยู่ที่จุดนี้ไม่เกิน 40 นาที ก็เดินทางไปยังจุดถัดไปครับ
ระหว่างทางจะผ่านภูเขาหินปูนที่มีรูปร่างและลวดลายแตกต่างกันไปจำนวนมาก
ที่ดูหน้าตาน่าสนใจคือ เกาะลิง ซึ่งมีหน้าตาเหมือนลิงหันข้าง ที่กำลังพนมมืออยู่ครับ
หลังจากผ่านเกาะลิงมาได้ประมาณ 15 นาที ก็มาถึงเกาะสามเส้า
ซึ่งจะมีกิจกรรมพายเรือพายัคกันที่นี่ครับ
ใจจริงผมก็ไม่ค่อยมั่นใจกับการพายเรือคายัคเท่าไหร่
เพราะครั้งแรกที่เคยพายคือผ่านมา 8 ปีแล้ว
ส่วนครั้งนี้เป็นครั้งแรกของคนอื่นๆในครอบครัวครับ
ก่อนจะพายจริงๆ ไกด์ก็จะสอนวิธีควบคุมทิศทางด้วยพาย ซึ่งก็ไม่ซับซ้อนเท่าไหร่ แต่ก็ยังมีความกังวลอยู่บ้าง ว่าพอถึงเวลาพายจริงๆ พวกเราจะเอาตัวรอดกันได้เองมั้ยนะ
การพายเรือคายัค เท่าที่พอจับจุดได้ก็คือ ต้องประสานจังหวะการพายกับคู่ของตัวเองให้เข้ากัน แล้วจะควบคุมทิศทางได้ค่อนข้างราบรื่นครับ
หลังจากปรับตัวกับการพายเรือคายัคได้แล้ว พอได้เห็นวิวโดยรอบ ก็รู้สึกว่าคิดถูกมากๆที่ได้พายมาที่นี่ วิวที่ได้เห็นด้วยตาคือสวยมากๆครับ
วันนี้มีลมค่อนข้างแรง ขากลับจะต้องออกแรงพายมากกว่าเดิมหน่อย ถือว่าเหนื่อยใช้ได้
นับเป็นสองความรู้สึกที่เกิดขึ้นในหนึ่งช่วงเวลา คือทั้งเหนื่อยจากการพาย ทั้งฟินจากความสวยของวิว
ในที่สุดเราก็สามารถกลับเข้าฝั่งมาได้ นับว่าเป็นประสบการณ์ที่ดีและสนุกกว่าที่คิดครับ
จุดถัดไป ห่างจากเกาะสามเส้านิดเดียว นั่งเรือแค่ไม่ถึง 10 นาทีก็มาถึงเกาะแม่เกาะ ซึ่งเป็นที่ตั้งของทะเลใน
โดยการชมทะเลในนั้น จะต้องขึ้นบันไดเหล็กไปประมาณ 150 เมตรครับ
ตัวบันไดดูค่อนข้างชัน เหมือนจะน่ากลัว แต่ที่จริงปีนค่อนข้างง่าย ใช้เวลาแค่ไม่เกิน 10นาที สำหรับผมคือไม่เหนื่อยเลยครับ
เมื่อขึ้นบันไดไปถึงชั้นบนสุด จะได้พบกับทะเลใน ซึ่งมีลักษณะคล้ายทะเลสาบที่ถูกล้อมรอบด้วยภูเขา
ที่จริงแล้วสภาพที่เป็นแอ่งนี้เกิดจากการยุบตัวของแอ่งหินปูน ทำให้น้ำทะเลจากภายนอกสามารถไหลเข้าออกได้ จึงเกิดภาพที่สวยงามแปลกตาอย่างที่เห็นครับ
หันไปอีกทาง ก็สามารถเห็นวิวทะเลจากฝั่งที่เราเดินขึ้นบันไดมาได้ครับ
ช่วงที่เรามา ใกล้เคียงกับเวลาที่ทัวร์เรือใหญ่มาพอดี คนก็อาจจะเยอะหน่อยครับ
จริงๆจะมีทางลงไปชมทะเลในแบบใกล้ๆด้วย แต่พวกเราไม่ได้ลงไปชม เพราะลงไปแล้ว ก็ต้องเดินย้อนกลับขึ้นมาที่นี่ใหม่ครับ
ไกด์จะให้เวลาอยู่ที่เกาะแม่เกาะอยู่ประมาณครึ่งชั่วโมง ก็จะเดินทางไปทานอาหารกลางวันที่เกาะพะลวยครับ
แต่ไม่มีใครคาดเดาธรรมชาติได้ ระหว่างเดินทางไปเกาะพะลวย ฝนก็ตกลงมาหนักมากๆ อย่างคาดไม่ถึง
เมื่อไปถึงร้านอาหาร(พะลวย ซีฟู้ด) ฝนก็ยังคงตกอยู่
มันก็ดี ในแง่ได้ทานอาหารแบบอากาศเย็นสบาย แต่ก็อดคิดไม่ได้ว่า ถ้าฝนตกหนักขนาดนี้ แล้วโปรแกรมทัวร์ที่เหลือของเราล่ะ ?
อาหารจะเป็นแบบบุฟเฟต์ รวมอยู่ในค่าทัวร์อยู่แล้ว โดยรวมผมว่าอาหารก็พอใช้ได้ครับ
วันที่เราไป จะมีกุ้งชุบแป้งทอดร้อนๆ มาเสิร์ฟตอนท้ายสุดครับ
ในที่สุดฝนก็หยุดตก โปรแกรมทัวร์ก็ยังดำเนินต่อไป
จุดต่อไป ได้แวะชมเกาะหลัก หน้าตาคล้ายๆ เกาะตะปูที่พังงาครับ
แต่พอมองจากอีกมุม ไม่เหมือนแล้วครับ
แล้วก็มาถึงจุดสุดท้าย คือ เกาะวัวตาหลับ
ซึ่งตอนที่เรามา ที่นี่ไม่มีฝนตกเลย แต่ก็ไม่มีแดดด้วยเช่นกัน
ถ้ามองในแง่นั่งเล่นพักผ่อนชิลๆ ก็ถือว่าดี เพราะอากาศเย็นสบาย
แต่เราก็มีเป้าหมายในใจอยู่ ว่าอยากขึ้นไปจุดชมวิวผาจันทร์จรัส ซึ่งต้องเดินขึ้นประมาณ 500 เมตร
ในสภาพอากาศแบบนี้ โอกาสที่เดินขึ้นไปแล้วจะได้เห็นวิวในเวอร์ชั่นที่สวยที่สุด ก็คงเป็นไปได้น้อย
แต่เรามายืนอยู่ตรงนี้แล้ว ถ้าจะถอดใจไม่เดินตั้งแต่แรก ก็คงไม่สมกับเป็นเราเท่าไหร่
การเดินขึ้นครั้งนี้ ค่อนข้างยากกว่าตอนเดินขึ้นทะเลในค่อนข้างเยอะ
จะมีจุดให้พักเป็นช่วงๆ จุดแรกเดินขึ้นมาแค่ 150 เมตร
จุดนี้ก็ถือว่าวิวทะเลค่อนข้างสวยแล้วครับ ใครคิดว่าสภาพร่างกายไม่พร้อมกับการเดินขึ้นไปจุดสูงสุด ผมขอแนะนำว่าขึ้นมาแค่นี้ก็พอครับ
ส่วนตัวรู้สึกว่าไม่มีจุดแวะไหนสวยเท่าจุดที่ 1 แล้วครับ ผมเลยเดิน เดิน เดิน พุ่งไปข้างบนสุดเลย
มีสัตว์ป่า ไม่แน่ใจตัวอะไรครับ
นี่คือจุดที่ 5 แล้ว ใกล้ความจริงแล้วครับ
จุดชมวิวผาจันทร์จรัสที่เป็นจุดสูงสุด ต้องเดินขึ้นอีก 50 เมตร
ตอนนั้นรู้สึกเหนื่อยมากๆ แต่เมื่อได้เห็นวิวที่อยู่ตรงหน้า ก็รู้สึกว่าคุ้มค่ากับที่เหนื่อยครับ
เมื่อขึ้นมาถึงด้านบนก็มีแดดออก รู้สึกขอบคุณตัวเองมากๆ ที่ไม่ถอดใจตั้งแต่เห็นสภาพอากาศตอนแรกครับ
รวมระยะเวลาตั้งแต่เริ่มเดินขึ้นมา จนถึงจุดสูงสุด ผมใช้เวลาทั้งหมด 20 นาที อาจแล้วแต่สภาพร่างกายของแต่ละคนนะครับ
ชมวิวด้านบนได้สักพัก ก็ถึงเวลาเดินลง เพื่อขึ้นเรือกลับเกาะสมุยครับ
ส่วนตัว ผมรู้สึกประทับใจกับทัวร์นี้ เพราะมีกิจกรรมที่หลากหลาย และไกด์ดูแลดีครับ
และแล้วก็กลับมาถึงเกาะสมุย ประมาณ 17:20 น.
ก็จะมีรถตู้มาส่งถึงที่โรงแรม จบทัวร์ด้วยความประทับใจครับ
Gopro 11 hero black”

See also  หาหอย หาปู ริมลำธาร ชิมอาหารชาวขมุอุทัยธานี | Foodwork [CC]

เนื้อหาของวิดีโอ 🇹🇭 เที่ยวเกาะสมุย EP.(2/4) รีวิวทัวร์อุทยานแห่งชาติ หมู่เกาะอ่างทอง

สวัสดีครับคลิปนี้เป็นส่วนหนึ่งของ Series เที่ยวเกาะสมุย 4 วัน 3 คืนเดินทางวันที่ 29 พฤษภาคมถึง 1 มิถุนายน 2023 โดยจะมีการแบ่ง 4 ตอนตามหมวดหมู่ของเนื้อหาได้แก่วิธีการเดินทาง ที่พักทั่วหมู่เกาะอ่างทองร้านอาหารในคาเฟ่แล้วก็สถานที่เที่ยวในเกาะ ประสบการณ์เที่ยวเกาะสมุยครั้งแรกของพวกเราจะเป็นยังไงบ้างไปรับชมกันครับ ตอนที่ 2 รีวิวทัวร์อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทอง พวกเราซื้อทัวร์หมู่เกาะอ่างทองจัดร้านที่เดินเจอโดยบังเอิญแถวถนนเลียบชายหาดบ่อผุด ชื่อร้านมีบุญครับ เบอร์โทรที่ซื้อเป็นทัวร์เต็มวันของ My สมุนไพรแน่น เดินทางโดยสปีดโบ๊ทราคาประมาณ 1,000 กลางๆ ไม่รวมค่าเข้าอุทยานคนไทยคนละ 40 บาท ต่างชาติคนละ 300 บาทครับ ในวันรุ่งขึ้นประมาณ 7:50 จะมีรถตู้มารับที่โรงแรมเพื่อพาไปส่งที่ท่าเรือ ตัวที่ท่าเรือจะมีเจ้าหน้าที่คอยต้อนรับและพาลงทะเบียนก่อนครับ จะมีขนมและเครื่องดื่มให้ทานฟรีระหว่างรอสมาชิกในทัวร์ให้ครบครับ จากท่าเรือสามารถมองเห็นพระใหญ่อยู่ไกลๆครับ เมื่อสมาชิกในทัวร์มาครบแล้ว กายจะอธิบายโปรแกรมตัวคร่าวๆเป็นภาษาอังกฤษ เนื่องจาก 90% เป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติครับ เมื่ออภิปรายเสร็จก็ถึงเวลาขึ้นเรือ วันนี้นักท่องเที่ยวประมาณ 30 คน ก่อนขึ้นเรือต้องถอดรองเท้าด้วยครับ ฉากท่า เบื่อจะมุ่งตรงไปจุดที่ไกลที่สุดคือเกาะว่าวใหญ่ก่อน ใช้เวลาประมาณ 50 นาที บริเวณเกาะเว้าใหญ่จะเป็นจุดสำหรับดำน้ำตื้นชมสภาพใต้ทะเล น้ำใสเป็นสีเขียวมรกตสวยมากๆ แต่ถ้าไม่สะดวกลงน้ำจะถ่ายภาพเล่นบนเรือก็ได้ วันนั้นเมฆสวยมากๆครับ เรือที่จอดอยู่ที่จุดนี้ไม่เกิน 40 นาทีก็เดินทางไปยังจุดถัดไปครับ ระหว่างทางจะผ่านภูเขาหินปูนที่มีรูปร่างและลวดลายแตกต่างกันไปจำนวนมาก ที่ดูหน้าตาน่าสนใจคือ เกาะดินซึ่งมีหน้าตาเหมือนลิงหันข้างที่โกดังพนมมืออยู่ครับ หลังจากผ่านเกาะลิงมาได้ประมาณ 15 นาที ก็มาถึงเกาะสามเศร้า ซึ่งจะมีกิจกรรมพายเรือคายัคกันที่นี่ครับ ใจจริงผมก็ไม่ค่อยมั่นใจกับการพายเรือคายัคเท่าไหร่เพราะครั้งแรกที่เคยพายคือผ่านมา 8 ปีแล้ว ส่วนทางนี้เป็นครั้งแรกของคนอื่นๆในครอบครัวครับ ก่อนจะพาจริงๆไกด์ก็จะสอนวิธีควบคุมทิศทางด้วยพาย ฉันก็ไม่สั่งสอนเท่าไหร่ แต่ก็ยังมีความกังวลอยู่บ้าง ก็พอถึงเวลาภายจริงๆพวกเราจะเอาตัวรอดกันได้เองเลยนะ การพายเรือคาย เท่าที่พอจับจุดได้ก็คือ ต้องประสานจังหวะการพายกับคู่ของตัวเองให้เข้ากัน แล้วจะควบคุมทิศทางได้ค่อนข้างราบรื่นครับ หลังจากปรับตัวกับการพายเรือคายัคได้แล้ว พอได้เห็นวิวโดยรอบ ผมรู้สึกว่าคิดถูกมากๆที่ได้ผ่านมาที่นี่ บิวที่ได้เห็นด้วยตาคือสวยมากๆครับ วันนี้มีรวมกันข้างแรงขากลับจะต้องออกแรงภายมากกว่าเดิมหน่อย หรือว่าเหนื่อยใช้ได้ นับเป็น 2 ความรู้สึกที่เกิดขึ้นใน 1 ช่วงเวลาคือ ฉันเหนื่อยจากการพาย ฟินแต่ความสวยของวิว ในที่สุดเราก็สามารถกลับเข้าฝั่งมาได้นับว่าเป็นประสบการณ์ที่ดีและสนุกกว่าที่คิดครับ จุดถัดไปห่างจากเกาะสามเส้าแค่นิดเดียว นั่งเรือไม่ถึง 10 นาทีก็มาถึง เกาะแม่เกาะ ซึ่งเป็นที่ตั้งของทะเลใน การชมทะเลในนั้นจะต้องขึ้นบันไดเหล็กไปประมาณ 150 เมตรครับ บอลไทยตัวค่อนข้างชันเหมือนจะน่ากลัว แต่ที่จริงปีนค่อนข้างง่ายใช้เวลาแค่ไม่เกิน 10 นาทีสำหรับผมคือไม่เหนื่อยเลยครับ มันขึ้นบันไดไปจนถึงชั้นบนสุด จะได้พบกับทะเลใน ซึ่งมีลักษณะคล้ายทะเลสาบที่ถูกล้อมรอบด้วยภูเขา ที่จริงแล้วสภาพที่เป็นแอ่งนี้เกิดจากการยุบตัวของแอ่งหินปูน ทำให้น้ำทะเลจากภายนอกสามารถไหลเข้าออกได้ จึงเกิดภาพที่สวยงามแตกตายอย่างที่เห็นครับ หันไปอีกทางก็สามารถเห็นวิวทะเลจากฝั่งที่เราเดินขึ้นบันไดมาได้ครับ ตู้ที่เรามาใกล้เคียงกับเวลาที่ทัวร์เรือใหญ่มาพอดี คนก็อาจจะเยอะหน่อย จริงๆจะมีทางลงไปชมทะเลในแบบใกล้ๆด้วยแต่พวกเราไม่ได้ลงไปชมเพราะลงไปแล้วก็ต้องเดินย้อนกลับ มาที่นี่ใหม่ครับ ไกด์จะให้ไปลาอยู่ที่เกาะแม่เกาะอยู่ประมาณครึ่งชั่วโมงก็จะเดินทางไปทานอาหารกลางวันที่ เกาะพะลวยครับ แต่ไม่มีใครคาดเดาธรรมชาติได้ระหว่างเดินทางไปเกาะพะลวยฝนก็ตกลงมันหนักมาก มากยังคาดไม่ถึง เมื่อไปถึงร้านอาหารฝนก็ยังตกอยู่ มันก็ดีในแง่ได้ทานอาหารแบบอากาศเย็นสบาย แต่ก็อดคิดไม่ได้ว่าถ้าฝนตกหนักขนาดนี้ โปรแกรมทัวร์เที่ยวเหนือของเราอ่ะจะเป็นยังไงต่อ อาหารจะเป็นแบบบุฟเฟ่ต์รวมอยู่ในค่าทัวร์อยู่แล้ว โดยรวมผมว่าอาหารก็พอใช้ได้ครับ วันที่เราไปจะมีกุ้งชุบแป้งทอดร้อนๆมาเสิร์ฟตอนท้ายสุดครับ ในที่สุดฝนก็หยุดตกโปรแกรมทัวร์ก็ยังดำเนินต่อไปได้ จุดต่อไปได้แวะชมเกาะหลักหน้าตาคล้ายๆเกาะตะปูที่พังงา แต่พอมองจากอีกมุม ก็ไม่เหมือนเกาะตะปูแล้วครับ แล้วเราก็มาถึงจุดสุดท้ายคือเกาะหัวตาหลับ ซึ่งตอนที่เรามาที่นี่ไม่มีฝนตกเลยแต่ก็ไม่มีแดดด้วยเช่นกัน ถ้ามองในแง่นั่งเล่นพักผ่อนชิวๆก็ถือว่าดีเพราะว่าอากาศเย็นสบาย แต่เรามีเป้าหมายในใจอยู่ บ่อยากขึ้นไปจุดชมวิวผาจันดารา ซึ่งต้องเดินขึ้นประมาณ 500 เมตร สภาพอากาศวันนี้โอกาสที่เดินขึ้นไปเราจะได้เห็นวิวในเวอร์ชั่นที่สวยที่สุดคงเป็นไปได้น้อย แต่เรามายืนอยู่ตรงนี้แล้วถ้าจะถอดใจไม่เดินตั้งแต่แรกก็คงไม่ส่งก็เป็นเราเท่าไหร่ การเดินขึ้นครั้งนี้ถือว่ายากกว่าตอนเดินขึ้นทะเลในค่อนข้างเยอะ จะมีจุดให้พักเป็นช่วงๆ จุดแรกเดินขึ้นมาแค่ 150 เมตร จุดนี้ก็ถือว่าวิวทะเลค่อนข้างสวยนะครับ ใครคิดว่าสภาพร่างกายไม่พร้อมกับการเดินขึ้นไปจุดสูงสุด ผมขอแนะนำว่าขึ้นมาแค่นี้ก็พอครับ ส่วนตัวรู้สึกว่าไม่มีจุดแวะไหนสวยเท่าจุดที่ 1 นะครับ ผมได้เดินเดินเดินเดินเดินพุ่งขึ้นไปข้างบนสุดเลย ระหว่างเดินก็มีสัตว์ป่าไม่แน่ใจว่าตัวอะไรนะครับ ปิกาจูที่ 5 แล้วใกล้ความจริงแล้วครับ จุดชมวิวพระจันทร์จรัสที่เป็นจุดสูงสุด ต้องเดินขึ้นอีก 50 เมตร ตอนนั้นรู้สึกเหนื่อยมากๆ คำ แต่เมื่อได้เห็นวิวที่อยู่ตรงหน้าก็รู้สึกว่าคุ้มค่ากับที่เหนื่อยครับ ขึ้นมาถึงด้านบนก็มีแดดออก รู้สึกขอบคุณตัวเองมากๆที่ไม่ถอดใจตั้งแต่เห็นสภาพอากาศตอนแรกครับ รวมระยะเวลาตั้งแต่เริ่มเดินขึ้นมาจนถึงจุดสูงสุด ผมใช้เวลาทั้งหมด 20 นาที อ่านเอาแต่สภาพร่างกายของแต่ละคนนะครับ ชมวิวด้านบนในสะพานก็ถึงเวลาเดินลงเพื่อขึ้นเรืออากาศเกาะสมุยครับ ส่วนตัวผมรู้สึกประทับใจกับตัวนี้เพราะมีกิจกรรมที่หลากหลายและไกลดวงในอดีตครับ น้าแมวก็กลับมาถึงเกาะสมุยประมาณ 5 โมง 20 ก็จะมีรถตู้มาส่งถึงที่โรงแรมจบทัวร์ด้วยความประทับใจครับ ตอนต่อไปจะรวบรวมร้านอาหารบนเกาะสมุยทั้งหมดที่ทานในทริปหากไม่อยากพลาดสามารถกดติดตามไว้ได้ครับ หวังว่าคลิปนี้จะเป็นประโยชน์แก่ผู้รับชมนะครับ ถ้ามีข้อมูลตรงไหนผิดพลาดก็ต้องขออภัยด้วย

See also  รีวิวที่พัก Le meridian เชียงราย ห้องพัก Grand Deluxe Terrace l Tippy Life Ep.8